June 13, 2026

Destiny 2: อัปเดตใหญ่ก่อนอำลา! มีอะไรใหม่บ้าง?

เตรียมพร้อมสำหรับ Destiny 2 อัปเดตใหญ่ก่อนอำลา! พบกับการเปลี่ยนแปลงระบบ Artifacts, Anti-Champion, Attunement, Trials, Iron Banner, Armor Stats และอื่นๆ อีกมากมายที่คุณไม่ควรรู้

ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะมาถึงในโลกของ Destiny 2! ก่อนที่มหากาพย์แห่งอวกาศนี้จะเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด ผู้เล่นทุกคนกำลังจะได้สัมผัสกับการอัปเดตครั้งสุดท้ายที่เรียกได้ว่าเป็นการยกเครื่องระบบเกมครั้งสำคัญ ไม่ใช่แค่การปรับสมดุลเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลต่อวิธีการเล่น การประกอบตัวละคร และประสบการณ์โดยรวมของผู้พิทักษ์ทุกคนเลยทีเดียว เตรียมตัวให้พร้อม เพราะสิ่งที่กำลังจะกล่าวถึงนี้ คือกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะในวันข้างหน้า

หัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อยู่ที่ระบบ Artifacts ที่จะไม่มีการหมุนเวียนอีกต่อไป แต่จะมี Artifacts ประจำฤดูกาล 7 ชิ้นที่ได้รับการปรับปรุงจากซีซันก่อนๆ และที่สำคัญกว่านั้นคือระบบการเลือก Perks ที่จะง่ายขึ้น และสามารถบันทึกไปพร้อมกับ Loadouts ได้เลย ทำให้การปรับแต่งตัวละครมีความยืดหยุ่นและรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ต้องมานั่งคิดใหม่ทำใหม่ทุกฤดูกาลอีกต่อไป นอกจากนี้ ระบบ Anti-Champion ก็ถูกยกเครื่องใหม่ทั้งหมด โดยจะไม่มี Artifact nodes สำหรับอาวุธ Anti-Champion อีกแล้ว แต่ archetype ของอาวุธแต่ละชนิดจะถูกกำหนดให้มีฟังก์ชัน Anti-Champion เฉพาะตัว เช่น อาวุธประเภท Precision ทั้งหมดจะเป็น Anti-Barrier ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นต้องคิดกลยุทธ์ในการเลือกใช้อาวุธมากขึ้นอย่างแน่นอน

แต่ยังไม่หมดแค่นั้น! Destiny 2 กำลังจะทำให้การปรับแต่งอุปกรณ์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นแต่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยระบบ Attunement ใหม่ที่ให้ผู้เล่นสามารถเน้นการดรอปอุปกรณ์เฉพาะจากกิจกรรมต่างๆ ได้ ทำให้การฟาร์มของที่ต้องการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนหน้าจอหลักของเกมอย่าง The Director ก็จะเข้ามาแทนที่ Portal เดิม และจะรวมเอา Portal nodes เข้ามาไว้ด้วยกันเพื่อความสะดวกสบาย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้มีแค่การปรับปรุงคุณภาพชีวิตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบสำคัญอย่าง Trials และ Iron Banner ที่จะมีการหมุนเวียนแบบถาวร พร้อมชุดเกราะและอาวุธใหม่ๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในระบบ Tier อีกด้วย

สำหรับผู้เล่นที่ชื่นชอบการปรับแต่งสถานะตัวละคร ระบบ Armor Stats ก็ได้รับการยกเครื่อง โดย Exotic armor ทั้งหมดจะเป็น Tier 5 และมีการเพิ่ม archetype ของชุดเกราะใหม่ถึง 6 แบบที่ผสมผสานสถานะต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้การสร้าง Build มีความหลากหลายและน่าสนใจยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือระบบ Tier Upgrading ที่จะให้ผู้เล่นสามารถใช้คราฟต์และอัพเกรดอาวุธ Adept ให้เทียบเท่ากับพลังของ Tier 5 ได้ เพียงแค่ใช้วัสดุอัปเกรดเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มช่องเก็บของใน Vault จาก 1000 เป็น 1300 ช่อง และ Loadouts จาก 12 เป็น 20 ช่อง ซึ่งน่าจะเป็นการอัพเกรดครั้งสุดท้ายที่จะช่วยแก้ปัญหาการบริหารจัดการพื้นที่เก็บของให้กับผู้เล่น

ปิดท้ายด้วยข่าวดีสำหรับนักสะสมและผู้ที่รักในเรื่องราวของเกม เพราะ Destination Gear แต่ละแห่งจะกลับมาพร้อมชุดเกราะเฉพาะของตัวเอง (ที่ได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์) พร้อม Set Bonus Perk ใหม่ที่สะท้อนถึงสถานที่นั้นๆ และอาวุธเก่าๆ ที่จะถูกนำกลับมาและรวมเข้ากับระบบ Tier นอกจากนี้ Raid และ Dungeon ทั้งหมดก็จะได้รับชุดเกราะเฉพาะของตัวเองพร้อม Set Perks และอาวุธที่ได้รับการปรับปรุงให้เข้ากับระบบ Tier และที่น่าสนใจคือโหมด “Adventure Mode” สำหรับ Raid และ Dungeon ที่จะช่วยให้ผู้เล่นใหม่ได้เรียนรู้กลไกของกิจกรรมเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น โดยมีระดับความยากที่ต่ำกว่า นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของทีมงานในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้พิทักษ์ทุกคน ก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่บทสรุปสุดท้ายของ Destiny 2